แกงไก่แบบปากีสถาน (ดัดแปลงนิดหน่อยตามใจตัวเอง)

 ด้วยความที่เป็นคนชอบกินแกงเผ็ด แกงสารพัดประเทศในโลกนี้อยู่เป็นทุนเดิม และก็สนใจเรื่องที่มา ศึกษาเทคนิคการทำแกงของชาติต่าง ๆ ทั่วโลกอยู่แล้ว เมื่อได้ทำอาหารกินโดยเฉพาะเวลาที่รู้สึกเบื่อ ๆ อาหารก็จะพยายามใช้เครื่องเทศต่าง ๆ ช่วยให้มีกลิ่นหอมและกระตุ้นความอยากอาหารไปด้วยในตัว ซึ่ง แกง (curry) ก็จะเป็นเมนูที่ชอบทำกินเสมอ ๆ

วันนี้จะลองมาทำ แกงไก่ ที่ใช้เครื่องเทศไม่มาก ไม่ใช้ผงชูรสหรือสารปรุงรสอะไรทั้งสิ้น ไม่ใส่ทั้งนม ไม่มีกะทิเลย

เพียงเลือกเครื่องปรุงและให้เวลากับการทำแบบใจเย็นก็จะได้แกงที่ข้น หอมอร่อยสำหรับมื้ออาหารได้แล้ว

แกงแนวที่จะทำในวันนี้เป็นอาหารของทางปากีสถาน หรืออินเดียตอนเหนือซึ่งจะใช้เครื่องเทศไม่กี่ชนิด ไม่มีการใช้ Garam Masala เลยด้วยจึงสามารถตระเตรียมเครื่องปรุงกันได้ไม่ยาก

เครื่องปรุง

  • ไก่ 1 ตัวย่อม ๆ
  • น้ำมันมะกอก 3 ชต. (ใช้น้ำมันอะไรที่มีอยู่ก็ได้)
  • หอมแขก 2 หัวใหญ่ ๆ (ถ้าหัวเล็กก็ใช้ 4-5 หัว) ซอยบาง ๆ
  • กระเทียมจีน 5 กลีบ สับละเอียด
  • ขิง 1 แท่ง ยาวสัก 0.5″ ปอกเปลือก สับละเอียด
  • ยี่หร่า + ลูกผักชี รวมกัน 1 ชช.
  • ขมิ้นผง 1/2 ชช.
  • พริกป่น 1/2 ชช.
  • มะเขือเทศสุก 3 ลูก หั่นฝอยละเอียด
  • ผักชี 2 ต้น ซอยเตรียมไว้
  • เกลือปรุงรส 1/2 ชช. + ตามชอบ

วิธีทำ

  • ตั้งกระทะ (หรือหม้อ) ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันมะกอกลงไป พอน้ำมันร้อนก็ใส่หอมแขกซอยลงไปผัด หรี่ไฟลงให้อ่อน ๆ ผัดต่อไปสัก 10-15 นาที จนหอมใสนิ่ม

  • ใส่กระเทียมและขิงลงไปผัดต่อไป ใช้ไฟอ่อนเช่นเดิม ผัดจนส่วนผสมเริ่มเป็นสีน้ำตาล (สัก 10 นาที)
  • ใส่ลูกผักชี + ยี่หร่าลงไปผัดต่อสัก 1 นาที
    ใช้ไฟปานกลาง ผัดจนได้กลิ่นสมุนไพรหอมหวลขึ้นมา
  • ใส่มะเขือเทศที่ซอยเอาไว้แล้วลงไปคลุกเคล้า และค่อย ๆ ผัดต่อไปใจเย็น ๆ
  • ใส่พริกป่น และผงขมิ้นลงไปผัดคลุกให้เข้ากัน
  • ผัดจนส่วนผสมเป็นลักษณะเหมือนซ้อสสปาเก๊ตตี้ หรือน้ำพริกอ่อง 😁
  • สับไก่เป็นชิ้น ๆ (พอดีวันนี้มีไก่ย่างตัวนึงเลยจะใช้ไก่ย่างแทนไก่สด)
  • ใส่ไก่ลงไปในเครื่องแกงที่ผัดไว้ เติมน้ำลงไปพอท่วมไก่ เร่งไฟให้เดือดแล้วหรี่ไฟปานกลาง
  • เติมเกลือลงไปสักครึ่งช้อนชา เคี่ยวต่อไปจนน้ำงวดสักครึ่งหนึ่ง ชิมดูหากยังไม่เค็มก็เติมเกลืออีกจนชอบใจ
  • ใส่ผักชีลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันดี ดับไฟและตักเสริฟได้

จะเห็นได้ว่าแกงนี้ใช้เครื่องเทศไม่มากมาย แต่สิ่งสำคัญคือต้องใจเย็น ๆ ใช้เวลานานหน่อยแต่จะรู้สึกเลยว่ารสชาติทุกอย่างจะออกมาลงตัวที่สุดทั้งรสอุมามิก็จะมีโดยไม่ต้องอาศัยผงชูรสเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้รสชาติเผ็ด เค็ม สามารถปรับเพิ่มได้ตามความพอใจของแต่ละท่านเลย ไม่ต้องตามนี้เป๊ะ ๆ รับประทานกับข้าวสวย หรือนานก็ได้ตามอัธยาศัยครับ